3.08.2010

เติมไฟใส่ตัว

พอโตขึ้นๆ เรียนสูงขึ้น ทำงานมากขึ้น
รู้สึกหมดความกระตือรือล้นที่จะทำอะไรสนุกๆ ที่นอกเหนือไปจากหน้าที่การงาน
เคยมีใครเป็นอย่างนี้บ้างมั้ย

วันนี้ เราเปิดเว็บเล่นๆ ไปเจอเว็บerinvaledesign
เค้าแนะนำวิธี Recharge your Creativity ง่ายๆ เค้าเรียกว่า creative vacation
ขอเอามาแปล และเสริมเติมดัดแปลง เผื่อใครลองเอาไปใช้แล้วได้ผล
เพราะเราก็ว่าจะลองดูเหมือนกัน

  • นอนให้มากที่สุด
  • ดูหนังโบราณ ยุคขาวดำ
  • อ่านหนังสือให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ดูช่องสารคดี เพื่อบริหารสมองซีกซ้าย
  • ทำรายการโปรเจ็คสนุกๆที่อยากทำ
  • ดูงานของดีไซเนอร์ใหม่ๆ หนังสือดีไซน์ใหม่ๆ
  • เที่ยวๆๆๆๆๆๆ
  • พาหมาไปเดินเล่น
  • ทำของขวัญเล็กๆน้อยๆให้คนที่คุณรัก
  • เล่นมุกให้คนอื่นฟังเยอะๆ
  • เอาสีเทียนออกมาวาดเล่น
  • นัดเพื่อนออกไปกินข้าวเที่ยง
  • ทำจดหมายน่ารักๆให้หลาน
  • ไปร้านหนังสือ แล้วปักหลักอยู่ที่โซนศิลปะซักพัก
  • ขับรถออกนอกเมือง
  • แวะแผงขายผักผลไม้สดจากไร่
  • เล่นกล้อง
  • วางแผนไปเที่ยว (ข้อนี้ เราชอบเอาหนังสือคู่มือเที่ยวนิวยอร์กมาดู แล้วแพลนทริปในฝันเล่นๆ เหมือนกัน)
  • อยู่เงียบๆ
  • ทำงานอาหาร และกินร่วมกับครอบครัว
  • อยู่ให้ห่างคอมพิวเตอร์เข้าไว้
  • ทำงานศิลปะ งานฝีมือ ประดิษฐ์ของ
  • คิดว่าจะทำอะไรช่วงวันหยุดปีใหม่ กับสงกรานต์
  • สำรวจเทรนด์งานฟรีแลนซ์ใหม่ๆ
  • หัวเราะให้ดังที่สุดกับอะไรก็ได้
  • นั่งจิบชา กินซุปร้อนๆ ข้างๆน้องหมา ดูฝนตกจั่กๆ
จริงๆ แต่ละคนก็คงมีทริกของตัวเองแหละ อย่างเราก็ชอบอ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับอะไรที่ต้องทำเลย แล้วก็หาอะไรอร่อยๆกิน ทำขนม เล่นกับกระต่าย จัดห้อง รื้อของ ใครมีวิธีรีเฟรชสมอง เติมไฟ กันยังไงบ้าง ลองแชร์ดู

2.13.2010

ศิลปะ เอาใจยากส์


ศิลปะ กับความสวยงาม
ไม่มีถูก ไม่มีผิด
ไม่มีเกณฑ์วัดตัดสินที่แน่นอน
10 คน มอง 10 ความเห็น
ยากที่จะเอาใจ
.
.
.

2.02.2010

website ที่อยู่ใน favourite

รู้สึกว่าโพสอะไรไม่เป็นประโยชน์มาหลายครั้ง เลยอยากจะโพสอะไรที่ให้คนที่แวะผ่านเข้ามาอ่าน ได้อะไรติดไม้ติดมือไปบ้าง

รายชื่อเว็บไซต์ที่เราเซฟ favourite ไว้ ในโฟลเดอร์ Design


โฟลเดอร์ Typograpy

โฟลเดอร์ Blog



ฉันเคยเป็นคนบ้าพลัง

ฉันแน่ใจว่า ตอนสมัยเรียน ฉันเป็นหนึ่งในบุคคลบ้าพลังคนหนึ่งของรุ่น
ตะบี้ตะบันทำงาน อยากทำให้เยอะ อยากทำให้ดี
ฉันรักงานของฉัน และเป็นคนที่มีความสุขกับงานที่ทำ
เคยตื่นเต้นกับงานที่ได้รับ
แต่ฉันในวันนั้น หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

เพราะฉันอยู่กับงานที่ไม่ชอบใช่หรือเปล่า
ถ้าใช่ ถึงเวลาออกไปหาสิ่งที่ใช่หรือยัง?

11.14.2009

งานแรกในชีวิต
























ไม่ได้เขียนนานมากเลย เลยอยากอัพเดทเล็กๆ เผื่อใครแวะเวียนเข้ามาอ่าน

ตอนนี้เราได้งานทำแล้ว ก็ที่ TBWA นั่นแหละ TBWA\Thailand ตำแหน่ง art director วนไปวนมา สุดท้ายก็ไปจบที่งานโฆษณาจนได้

ทุกวันนี้ก็คิดอยู่ตลอดว่า ทำไมเราถึงได้เข้ามาทำที่นี่ ขณะที่เพื่อนๆที่เข้า Young Blood Workshop ทุกคนเก่ง ไอเดียดี มี passion ซึ่งมีเยอะกว่าเรามากๆ เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของโชคกับ จังหวะเวลา ไม่ใช่แค่ความสามารถอย่างเดียว เพราะเราเชื่อว่า เพื่อนทุกคน ถ้าเข้ามาอยู่ในที่ที่เราอยู่ตอนนี้ ก็จะทำหน้าที่ได้ดีพอๆกันหรือ ดีกว่าด้วยซ้ำ

แต่เมื่อหลายๆอย่างมาประกอบกัน ทำให้เราได้งานนี้มาทำก่อนเพื่อนๆ ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ความฝันที่อยากจะมีฟอนต์เป็นของตัวเองซักชุด มีปกหนังสือที่ออกแบบเองซักเล่ม ก็คงจะเก็บไว้ ทำให้มันเป็นจริงเมื่อถึงเวลา ส่วนตอนนี้ก็เรียนรู้ทุกอย่างให้ได้มากที่สุด ฝึกตัวเองให้แกร่งที่สุด

ตอนนี้เรายังรู้น้อยมาก แต่เราคงรู้น้อยกว่านี้ ถ้าไม่ได้เวิร์กช็อป พี่ "ต่อ สันติสิริ" เป็นครูที่ดีมากๆ และเพื่อนๆทุกคน ที่แชร์ความรู้กัน ช่วยกันคอมเม้นท์งาน ให้เราเี่กี่ยวเอาความรู้ระหว่างทางมาประดับสมอง พี่หลายๆคนในบริษัท ที่เข้ามาช่วยยิงงาน โชคดีมากที่ได้เป็นยังบลัดรุ่นนี้ค่ะ

6.25.2009

ปล่อยแสง 3


























จู่ๆก็ได้ไปแสดงงานที่ปล่อยแสงเฉยเลย ไม่ได้ตั้งตัว ลองไปดูกันแล้วกันค่ะ TCDC บูธ B24 เป็นงานทีสิส อินเตอร์แอคทีฟ เข้าไปกดเข้าไปเล่นได้ตามใจชอบ เล่นกันเยอะๆยิ่งชอบค่ะ ถึงงานจะไม่ดีที่สุด มันอาจจะเล่นยาก ระบบเนวิเกตล้มเหลวสุดๆ เพราะไม่มีใครหาเมนูเจอเลย แต่ก็อยากให้เข้ามาลองดูกัน

6.10.2009

TBWA\ YOUNG BLOOD II


ว่าพอตัดสินใจได้ว่า จะเดินเส้นทางกราฟิกดีไซน์ โชคชะตาก็ดันเล่นตลก ให้ติดเวิร์กช็อปของ TBWA\ Young Blood II
นี่คืองานที่ส่งไป ที่จริงแล้วเป็นไอเดียที่คิดไว้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ Bangkok Showcase ตอนนั้นได้โจทย์เป็น Dental floss เลยหยิบเอามาใช้โดยที่ไม่ได้คิดใหม่เลย T T

พอรู้ว่าได้ ก็โทรศัพท์ไปหาพี่ตี๋เล็ก พี่ตี๋เล็กบอกว่า เห็นไหม ว่าความรู้ที่เราได้พอเทียบกับคนอื่น เราก็ถือว่าเหนือกว่าหลายๆคนในรุ่นเดียวกัน แล้วพี่ตี๋เล็กก็ขำว่า ในที่สุดเราก็ถูกดึงกลับเข้ามาหาวงการโฆษณาอีกจนได้

วันแรกของการเวิร์คช็อปผ่านไป ได้เพื่อนใหม่ 2-3 คน เป็นโชคดีอะไรไม่รู้ ได้รู้จักเพื่อนคนแรก เป็นศิษย์บางกอกโชวเคส เหมือนกัน เลยคุยกันสนุก เป็นคนขยันมากๆ เราถึงกับอายในความขี้เกียจของตัวเองเลยทีเดียว

อันที่จริงก็ถือว่าเป็นโชคดี ที่ได้เข้าไปเรียนรู้อะไรเพิ่มอีก เป้าหมายของการเรียนครั้งนี้ของเราคือ เรียนวิธี"คิด" พี่ปิ๊กเคยสอนว่า ถ้าเราคิดเป็น ก็ทำอะไรก็ได้ ไม่เฉพาะแต่งานโฆษณาเท่านั้น